แค่แคร์คนอื่น ก็เริ่มเป็นพลเมืองแล้ว
พักนี้จะพูดจาอะไรต้องระวัง ยิ่งในภาวะแบ่งสี แบ่งข้างอย่างนี้แล้ว แม้แต่สิทธิความเป็นพลเมือง เรื่องระบอบการปกครอง หรือแม้แต่ Civic Eduction ก็ดูเป็นการเมืองหมด
วัยรุ่นขี้เบื่ออย่างผมจึงไม่อยากให้มองว่า Civic Education เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการเมือง หรือกฎหมายอย่างเดียว เพราะเราใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และกฎหมายก็ย่อมได้ เช่น การนอนอยู่บ้านเฉยๆ
แต่จะนอนอย่างไร ท่าไหน ให้เป็น Civic Eduction นี่ซิ ที่ยังไม่มีใครสอน
ถ้าพูดให้ฟังง่ายกว่าใช้คำว่า Civic Education จริงๆ มันคือการสร้างคนให้เป็นพลเมือง เอ๊ะ..แล้วคนกับพลเมืองต่างกันอย่างไร เปรียบง่ายๆ คนคือหุ่นยนต์ที่ทำงานได้ทุกอย่างเหมือนมนุษย์ แต่มันไม่มีจิตใจ แต่พลเมืองคือเพิ่มความเป็นมนุษย์เข้าไปในหุ่นยนต์ตัวนั้น
การ “เพิ่ม” ความเป็นคนในมนุษย์ ง่ายๆ อีกก็คือการสร้างจิตสำนึกให้รู้สึก “แคร์คนอื่น” มากกว่าตัวเองเป็นสำคัญครับ
การแคร์ผู้อื่นที่แสนง่าย แม้แต่การนอนก็ทำให้เป็นพลเมืองได้ เพียงแค่เลิกเปิดแอร์แล้วเปิดพัดลมนอนแทน เพราะการเปิดแอร์เป็นการเบียดเบียนชาวบ้านอย่างนึง เอาความร้อนในห้องเราออกไปเทให้ข้างนอก คนที่อยู่ข้างบ้านก็จะร้อนกว่าปกติทั้งทางตรงและทางอ้อมเช่นการใช้ไฟฟ้าเกินกว่าเหตุ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
เหตุเกิดจากการ “แคร์” ที่มากกว่าคนอื่นนั่นเอง